Key facts
- วันที่ 15 มกราคม 2569: ผู้ประท้วงหลายพันคนรวมตัวกันที่ Sabze Meydan ในเราะชต์.
- เวลา 21:30 น. (15 มกราคม 2569): กองกำลังพิเศษบาสิจเริ่มสลายการชุมนุมอย่างรุนแรงด้วยกระสุนจริง.
- วันที่ 16 มกราคม 2569: คาเซม ซาเดกี (Kasem Sadeghi) นักเคลื่อนไหวอายุ 22 ปีถูกยิงเสียชีวิตที่จัตุรัสกอมฮูรี.
- วันที่ 16 มกราคม 2569: ศูนย์บอร์รูมันด์รายงานว่าพบศพผู้ประท้วง 12 รายในสวนสาธารณะโมห์เทชัม.
- วันที่ 18 มกราคม 2569: องค์การนิรโทษกรรมสากลบันทึกผู้เสียชีวิต 38 รายในเราะชต์ รวมถึงเด็ก 5 คน.
- ตลอดสองคืน: มีผู้ถูกจับกุมมากกว่า 500 คนในเราะชต์และเมืองใกล้เคียง.
- แพทย์ในโรงพยาบาลปาร์ซา (Parsa Hospital) และโกลซาร์ (Golzar Hospital) รายงานการรับผู้ป่วยบาดเจ็บจากการถูกยิงจำนวนมาก.
บทนำ: เราะชต์ภายใต้เงามืด
เมืองเราะชต์ เมืองหลวงของจังหวัดกิลานที่งดงาม มักถูกขนานนามว่าเป็นไข่มุกแห่งทะเลแคสเปียน ด้วยภูมิศาสตร์ที่สวยงามและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตาม ในเดือนมกราคม 2569 เมืองนี้ได้กลายเป็นฉากหลังของเหตุการณ์อันน่าสยองขวัญ เมื่อกองกำลังความมั่นคงของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ใช้กำลังอย่างโหดเหี้ยมเพื่อปราบปรามผู้ประท้วงที่ไม่ติดอาวุธ การสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นในช่วงสองคืนเปลี่ยนถนนที่เคยคึกคักให้กลายเป็นแม่น้ำเลือดและความหวาดกลัว การสืบสวนโดยองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เช่น Amnesty International และ Human Rights Watch ได้เปิดเผยรายละเอียดอันน่าสะเทือนใจเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่รัฐบาลอิหร่านใช้ในการควบคุมประชาชนของตน.
การประท้วงที่เกิดขึ้นในเราะชต์เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวที่กว้างขวางทั่วประเทศอิหร่าน ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากการเรียกร้องความยุติธรรมหลังจากเหตุการณ์ที่คล้ายกันในเมืองอื่น ๆ และการลุกฮือจากเหตุการณ์ Jina Amini (Mahsa Amini) เมื่อปี 2565 ผู้คนต่างหวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงและยุติการกดขี่ แต่กลับต้องเผชิญกับความโหดร้ายที่เหนือความคาดหมาย รายงานเบื้องต้นจาก Iran Human Rights (IHR) บ่งชี้ว่า การใช้กระสุนจริงต่อฝูงชนอย่างไร้เหตุผล ไม่ใช่เพียงแค่การสลายการชุมนุม แต่เป็นการจงใจสังหารหมู่ประชาชน ซึ่งทำให้เราะชต์ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ต้องทนทุกข์ภายใต้การปกครองที่อยุติธรรม.
วันที่ 15 มกราคม 2569: จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม
ในบ่ายวันพุธที่ 15 มกราคม 2569 เริ่มมีการรวมตัวของผู้ประท้วงหลายร้อยคนในเมืองเราะชต์ โดยมีจุดนัดพบหลักที่ Sabze Meydan หนึ่งในจัตุรัสสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ผู้ประท้วงส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเมืองเราะชต์และประชาชนทั่วไป พวกเขาเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองและยุติการปราบปรามที่โหดเหี้ยมของรัฐบาลอิหร่าน ในช่วงแรกการประท้วงเป็นไปอย่างสงบ แต่เมื่อเวลาประมาณ 19:00 น. จำนวนผู้ประท้วงได้เพิ่มขึ้นเป็นหลายพันคน ซึ่งสื่อมวลชนอิหร่านรายงานว่าเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ที่สุดในเราะชต์นับตั้งแต่ปี 2565 ทำให้กองกำลังความมั่นคงเริ่มรวมตัวกันและเตรียมพร้อม.
เมื่อความมืดเข้าปกคลุมเมือง บรรยากาศก็เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ทางการได้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองเราะชต์ตั้งแต่เวลา 20:30 น. เพื่อสกัดกั้นการสื่อสารและการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ มีรายงานจากนักข่าวท้องถิ่นที่หลบซ่อนตัวอยู่ว่า กองกำลังปราบจลาจล Basij และ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ได้เริ่มสร้างแนวป้องกันรอบ Sabze Meydan และตามถนน Motahhari Street และ Modarres Street ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่นำไปสู่จัตุรัส เวลาประมาณ 21:30 น. เป็นต้นไป กองกำลังปราบจลาจลได้เริ่มใช้แก๊สน้ำตาและกระบองเข้าสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง การโจมตีได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า และตามมาด้วยการใช้กระสุนจริง.
“เสียงปืนดังไม่หยุด ผมเห็นคนล้มลงกับพื้นหลายคน บางคนแค่ตะโกนก็ถูกยิง” – พยานผู้เห็นเหตุการณ์, เราะชต์
| ประเภท | จำนวน |
|---|---|
| ผู้เสียชีวิต | 38 |
| ผู้เสียชีวิต (เด็ก) | 5 |
| ผู้บาดเจ็บ (ประมาณ) | 300+ |
| ผู้ถูกจับกุม (ประมาณ) | 500+ |
วันที่ 16 มกราคม 2569: คืนแห่งการสังหารหมู่
เช้าตรู่วันที่ 16 มกราคม 2569 กลิ่นแก๊สน้ำตายังคงคละคลุ้งไปทั่ว Sabze Meydan คืนก่อนหน้านั้น กองกำลังความมั่นคงได้ใช้กำลังอย่างบ้าคลั่ง ผู้ประท้วงหลายร้อยคนบาดเจ็บและถูกจับกุม รายงานจาก Iran Human Rights (IHR) ระบุว่านักเคลื่อนไหว Kasem Sadeghi วัย 22 ปี ถูกยิงเสียชีวิตที่จัตุรัสกอมฮูรี (Gomhouri Square) ห่างจาก Sabze Meydan ไม่กี่ช่วงตึก กล้องวงจรปิดที่รั่วไหลหนึ่งชั่วโมงหลังจากเหตุการณ์แสดงให้เห็น Sadeghi กำลังช่วยเหลือผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะถูกยิงจากด้านหลังโดยเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบดำ ทำให้เขาล้มลงทันที และร่างของเขาถูกลากไปโดยเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ การเสียชีวิตของเขาเป็นเพียงหนึ่งในหลายกรณีที่เกิดขึ้นในคืนอันโหดร้ายนั้น.
ตลอดทั้งวัน ผู้คนยังคงพยายามรวมตัวกันประท้วงเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ถูกปราบปรามอย่างรวดเร็ว ทุกการรวมตัวเล็กๆ ถูกสลายด้วยความรุนแรง และมีรายงานว่ากองกำลัง Basij ได้ตั้งจุดตรวจตามพื้นที่สำคัญๆ ทั่วเมือง ผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำส่งโรงพยาบาลต่างๆ รวมถึงโรงพยาบาล Parsa Hospital และ Golzar Hospital แพทย์ในโรงพยาบาลเหล่านี้ยืนยันกับ Human Rights Watch ว่า พวกเขาได้รับผู้ป่วยที่มีบาดแผลจากการถูกยิงจำนวนมาก ซึ่งบางรายมีอาการสาหัสถึงขั้นเสียชีวิต ณ เวลา 23:00 น. ของวันที่ 16 มกราคม พยานระบุว่าเสียงปืนและรถพยาบาลยังคงดังกึกก้องทั่วเมือง ซึ่งบ่งชี้ถึงความรุนแรงของการปราบปรามที่ยังไม่สิ้นสุด สวนสาธารณะ Motahhari Park ถูกปิดกั้น และมีข่าวลือว่ามีการค้นพบศพจำนวนมากในพื้นที่นั้น.
จำนวนผู้เสียชีวิตและความเป็นความลับ
ในวันที่ 17 มกราคม 2569 องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ได้เผยแพร่รายงานเบื้องต้นระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 คนในเราะชต์ รวมถึงเด็ก 5 คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีบาดแผลจากการถูกยิงที่ศีรษะ หน้าอก และอวัยวะสำคัญอื่นๆ ซึ่งบ่งชี้ว่ากองกำลังความมั่นคงใช้กระสุนจริงโดยมีเจตนาที่จะสังหาร รายงานยังระบุอีกว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่า 300 คน และผู้ถูกจับกุมอีกกว่า 500 คนในเราะชต์และเมืองใกล้เคียง การปกปิดข้อมูลและขาดความโปร่งใสของรัฐบาลอิหร่าน ทำให้การยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจำนวนมากถูกข่มขู่ไม่ให้เปิดเผยเรื่องราวต่อสาธารณะ หรือถูกบังคับให้ลงนามในเอกสารที่ระบุว่าสาเหตุการตายเป็นอุบัติเหตุหรือเป็นผลจากความรุนแรงระหว่างผู้ประท้วงกันเอง.
ศูนย์บอร์รูมันด์เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งอิหร่าน (Boroumand Center for Human Rights in Iran) ได้รายงานการค้นพบศพผู้ประท้วง 12 รายในสวนสาธารณะโมห์เทชัม (Mohtasham Park) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกปิดกั้นหลังจากเหตุการณ์ความรุนแรง ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการปกปิดความจริงและซ่อนเร้นจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริง การเข้าถึงข้อมูลถูกจำกัดอย่างรุนแรง และองค์กรอิสระแทบจะไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่เพื่อตรวจสอบได้ สิ่งนี้ทำให้รายงานจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการเปิดเผยอาชญากรรมที่เกิดขึ้น แม้จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดมากมาย.
ผลกระทบต่อเราะชต์และอนาคตของอิหร่าน
การสังหารหมู่ที่เราะชต์ได้ทิ้งรอยแผลเป็นลึกไว้ในใจของผู้คนในเมืองและทั่วประเทศอิหร่าน ความหวาดกลัวและความไม่ไว้วางใจรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างมาก เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่เน้นย้ำถึงความโหดร้ายของการปราบปราม แต่ยังเผยให้เห็นถึงความพยายามของสาธารณรัฐอิสลามที่จะรักษาอำนาจด้วยวิธีการใช้ความรุนแรงสูงสุด บันทึกภายในของกองกำลังความมั่นคงที่รั่วไหลออกมา ซึ่งเผยแพร่โดย IranWire บ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้ใช้กำลังร้ายแรงเพื่อสลายการประท้วงโดยไม่ลังเล ไม่ว่าจะเป็นการใช้กระสุนจริงหรืออุปกรณ์ควบคุมจลาจลอย่างผิดกฎหมาย สิ่งนี้บ่งบอกถึงคำสั่งที่มาจากเบื้องบนเพื่อปราบปรามทุกการเคลื่อนไหวที่ท้าทายอำนาจรัฐอย่างเด็ดขาด.
แม้จะมีความพยายามของรัฐบาลในการปิดบังความจริงและจำกัดการเข้าถึงข้อมูล แต่เรื่องราวของการสังหารหมู่ที่เราะชต์ก็ยังคงถูกเล่าขานและถูกจดจำโดยประชาชน การประท้วงยังคงปรากฏขึ้นประปรายทั่วประเทศ แม้ว่าจะไม่ใหญ่โตเท่าเดิม แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อของประชาชนที่ต้องการเสรีภาพและความยุติธรรม เหตุการณ์ที่เราะชต์เป็นเครื่องเตือนใจอันเจ็บปวดว่าประชาชนชาวอิหร่านยังคงต้องอดทนต่อการปกครองที่กดขี่ และความหวังเดียวของพวกเขาคือการเปิดเผยความจริงสู่สาธารณะและเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้กระทำผิด ไม่ว่ามันจะใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม ประชาคมระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญในการกดดันรัฐบาลอิหร่านให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนและอนุญาตให้มีการสอบสวนที่เป็นอิสระ เพื่อให้ผู้ที่รับผิดชอบต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย และเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตที่ต้องสังเวยชีวิตเพื่อเรียกร้องอนาคตที่ดีกว่า.
Takeaways
- การสังหารหมู่เราะชต์ในเดือนมกราคม 2569 เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงของรัฐบาลอิหร่าน.
- หลักฐานที่รั่วไหลแสดงให้เห็นถึงการใช้กำลังเกินกว่าเหตุและกระสุนจริงโดยกองกำลังความมั่นคงต่อพลเรือนที่ไม่มีอาวุธ.
- การขาดความรับผิดชอบของรัฐบาลอิหร่านต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนยังคงดำเนินต่อไป ทำให้เกิดความท้าทายในการค้นหาความจริงและความยุติธรรม.
- องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศยืนยันการเสียชีวิตจำนวนมากและเรียกร้องให้มีการสอบสวนที่เป็นอิสระ.
Frequently asked questions
การสังหารหมู่ที่เราะชต์เกิดขึ้นเมื่อใด?
การสังหารหมู่ที่เราะชต์เกิดขึ้นในคืนวันที่ 15 และ 16 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น กองกำลังความมั่นคงได้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมอย่างโหดเหี้ยม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก (Amnesty International, 2569)
มีผู้เสียชีวิตจากการสังหารหมู่ที่เราะชต์กี่คน?
จากรายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากล มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 คนจากการสังหารหมู่ที่เราะชต์ รวมถึงเด็ก 5 คน ซึ่งถูกยิงด้วยกระสุนจริงโดยกองกำลังความมั่นคงระหว่างการปราบปรามผู้ประท้วง (Amnesty International, 2569)
เกิดอะไรขึ้นกับนักเคลื่อนไหว Kasem Sadeghi ในเราะชต์?
Kasem Sadeghi นักเคลื่อนไหวอายุ 22 ปี ถูกยิงเสียชีวิตที่จัตุรัสกอมฮูรีในเราะชต์เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เขาเป็นหนึ่งในเหยื่อจำนวนมากที่ถูกสังหารโดยกองกำลังความมั่นคงอิหร่านในระหว่างการปราบปรามผู้ประท้วง (Iran Human Rights, 2569)
มีหลักฐานอะไรบ้างที่ยืนยันการสังหารหมู่?
หลักฐานที่ยืนยันการสังหารหมู่รวมถึงวิดีโอวงจรปิดที่รั่วไหล รายงานจากแหล่งข่าวทางการแพทย์ในโรงพยาบาลปาร์ซาและโกลซาร์ที่กล่าวถึงผู้ป่วยที่ถูกยิงจำนวนมาก และรายงานการสืบสวนจากองค์กรสิทธิมนุษยชน เช่น Amnesty International และ Iran Human Rights (Amnesty International, 2569)
Entities: Rasht · Gilan Province · Sabze Meydan · Gomhouri Square · Motahhari Street · Modarres Street · Basij · Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) · Law Enforcement Force of the Islamic Republic of Iran (NAJA) · Iran Human Rights (IHR) · Amnesty International · Boroumand Center · Parsa Hospital · Golzar Hospital · Kasem Sadeghi · Jina Amini (Mahsa Amini) · Zahedan Bloody Friday
Sources
- Iran Human Rights (IHR) Annual Report 2026
- Amnesty International: Iran's Bloody Suppression of Protests in Rasht
- Human Rights Watch: Casualties Mount in Iran's Rasht
- Boroumand Center: Documenting Atrocities in Iran
- IranWire: Leaked Documents Expose Orders to Kill Protesters
- BBC Persian: Reports from Rasht Crisis
