Key facts
- ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2026 มีการยืนยันการประหารชีวิตอย่างน้อย 128 ครั้งในอิหร่าน (Iran Human Rights, 31 มีนาคม 2026)
- ข้อหาที่พบมากที่สุดคือยาเสพติด (74 ราย) ตามมาด้วยโมฮาเรเบห์และการฆาตกรรม (Amnesty International, มีนาคม 2026)
- จังหวัดซีสถานและบาลูจิสถานมีอัตราการประหารชีวิตสูงสุด (28 ราย) ตามรายงานของ Hengaw (มีนาคม 2026)
- เรือนจำ Ghezel Hesar ในคาราจ และเรือนจำ Zahedan เป็นสถานที่ที่มีการประหารชีวิตจำนวนมาก (Iran Human Rights, กุมภาพันธ์ 2026)
- ในเดือนมกราคม 2026 อิหร่านประหารชีวิตบุคคลอย่างน้อย 40 คน โดยมี 25 รายเป็นพลเมืองชาวบาลูจิ (Hengaw, มกราคม 2026)
- มีการประหารชีวิตนักโทษการเมืองอย่างน้อย 5 คนในปี 2026 รวมถึง Mohammad Javad Vafaei Sani (Amnesty International, มีนาคม 2026)
- อัตราการประหารชีวิตในปี 2026 แสดงแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปี 2025 ซึ่งมีการบันทึกไว้ 834 ราย (Iran Human Rights, เมษายน 2026)
จำนวนการประหารชีวิตที่ได้รับการยืนยันในปี 2026
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 องค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (Iran Human Rights – IHR) ได้รายงานว่าอิหร่านได้ประหารชีวิตบุคคลไปแล้วอย่างน้อย 128 คน ซึ่งเป็นการใช้โทษประหารชีวิตอย่างต่อเนื่องและรุนแรง โดยตัวเลขเหล่านี้รวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย รวมถึงรายงานจากครอบครัวของผู้ถูกประหารชีวิต ทนายความ และเครือข่ายภาคประชาสังคมภายในอิหร่าน เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านยังคงปิดบังข้อมูลส่วนใหญ่เกี่ยวกับการประหารชีวิต ทำให้การตรวจสอบและยืนยันข้อมูลเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับองค์กรภายนอก การประหารชีวิตส่วนใหญ่ดำเนินการในเรือนจำ และหลายครั้งไม่มีการแจ้งให้ครอบครัวทราบล่วงหน้า ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการความโปร่งใสและสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ตัวเลข 128 คนนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลอิหร่านยังคงใช้โทษประหารชีวิตเป็นเครื่องมือในการควบคุมสังคมและปราบปรามผู้เห็นต่าง องค์กรอย่าง Amnesty International และ Human Rights Watch ได้ประณามการใช้โทษประหารชีวิตอย่างกว้างขวาง โดยเน้นย้ำว่าอิหร่านยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการประหารชีวิตสูงสุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสัดส่วนต่อจำนวนประชากร การขาดกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมและการพิจารณาคดีที่ไม่โปร่งใสยิ่งเพิ่มความกังวลว่าผู้ที่ถูกประหารชีวิตจำนวนมากอาจไม่ได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม หรืออาจถูกตัดสินจากข้อหาที่คลุมเครือและมีแรงจูงใจทางการเมือง
การแบ่งตามเดือนและข้อหา
ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2026 การประหารชีวิตในอิหร่านแสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่ชัดเจน โดยในเดือนมกราคมมีการประหารชีวิตอย่างน้อย 40 ราย เดือนกุมภาพันธ์ 45 ราย และเดือนมีนาคม 43 ราย ตามรายงานของ Iran Human Rights (IHR) และ Hengaw Organization for Human Rights ข้อหาที่นำไปสู่การประหารชีวิตส่วนใหญ่ยังคงเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด คิดเป็น 74 รายจากทั้งหมด 128 ราย นอกจากนี้ ข้อหา 'โมฮาเรเบห์' (ทำสงครามกับพระเจ้า) ซึ่งมักถูกใช้กับผู้ประท้วงและนักโทษการเมือง ก็เป็นอีกหนึ่งข้อหาสำคัญที่นำไปสู่โทษประหารชีวิต โดยมีผู้ถูกประหารชีวิตด้วยข้อหานี้อย่างน้อย 15 รายในช่วงเวลาดังกล่าว
การใช้โทษประหารชีวิตกับความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดยังคงเป็นประเด็นที่น่าวิตกอย่างยิ่ง เนื่องจากองค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง เช่น สหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ จำกัดการใช้โทษประหารชีวิตเฉพาะกับ 'อาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุด' ซึ่งโดยทั่วไปไม่รวมถึงความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด นอกจากนี้ ข้อหา 'โมฮาเรเบห์' และ 'เอฟซาด-อี ฟิล อาร์ซ' (การทุจริตในแผ่นดิน) ยังคงเป็นข้อหาที่คลุมเครือและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากองค์กรสิทธิมนุษยชน เนื่องจากมักถูกตีความอย่างกว้างขวางเพื่อปราบปรามการเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง การใช้ข้อหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการรักษาอำนาจและปราบปรามเสียงที่แตกต่าง โดยไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ในบรรดานักโทษที่ถูกประหารชีวิตด้วยข้อหายาเสพติด มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นผู้ที่มาจากชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะชาวบาลูจิและชาวเคิร์ด ซึ่งมักถูกมองว่าเปราะบางกว่าในระบบยุติธรรมของอิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีกรณีการประหารชีวิตนักโทษการเมืองที่โดดเด่น เช่น Mohammad Javad Vafaei Sani ซึ่งถูกประหารชีวิตในเรือนจำ Vakilabad ใน Mashhad เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2026 ด้วยข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประท้วง การประหารชีวิตเหล่านี้ไม่ได้เพียงแต่สร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนเท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลอิหร่านจะไม่ลังเลที่จะใช้ความรุนแรงขั้นสูงสุดกับผู้ที่ต่อต้านอำนาจรัฐ
| เดือน | รวม (ทั้งหมด) | ยาเสพติด | โมฮาเรเบห์/การเมือง | การฆาตกรรม | อื่นๆ |
|---|---|---|---|---|---|
| มกราคม | 40 | 22 | 5 | 10 | 3 |
| กุมภาพันธ์ | 45 | 28 | 4 | 11 | 2 |
| มีนาคม | 43 | 24 | 6 | 9 | 4 |
| รวม | 128 | 74 | 15 | 30 | 9 |
การประหารชีวิตตามจังหวัดและเรือนจำหลัก
ข้อมูลจาก Iran Human Rights (IHR) และ Hengaw ชี้ให้เห็นว่าบางจังหวัดในอิหร่านมีอัตราการประหารชีวิตสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดซีสถานและบาลูจิสถาน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ มีการบันทึกการประหารชีวิตสูงสุดที่ 28 ราย ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2026 ตัวเลขนี้เน้นย้ำถึงความเปราะบางของชนกลุ่มน้อยชาวบาลูจิ ซึ่งมักถูกกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและถูกตัดสินประหารชีวิตอย่างรวดเร็วโดยปราศจากการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม สภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ยากลำบากในภูมิภาคนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องพัวพันกับธุรกิจยาเสพติด ซึ่งรัฐบาลใช้เป็นข้ออ้างในการปราบปรามและควบคุมชนกลุ่มน้อย
เรือนจำ Ghezel Hesar ในเมืองคาราจ (จังหวัดอัลบอร์ซ) และเรือนจำ Zahedan (ในจังหวัดซีสถานและบาลูจิสถาน) เป็นสองในสถานที่ที่มีการดำเนินการประหารชีวิตจำนวนมากที่สุด ในเรือนจำ Ghezel Hesar มีรายงานการประหารชีวิตนักโทษอย่างน้อย 15 รายในช่วงสามเดือนแรกของปี 2026 ส่วนใหญ่เป็นข้อหายาเสพติด ขณะที่เรือนจำ Zahedan มีการประหารชีวิตอย่างน้อย 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบาลูจิ สถานการณ์ในเรือนจำเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของการใช้โทษประหารชีวิต ซึ่งมักดำเนินการอย่างเร่งรีบและไม่โปร่งใส โดยไม่ให้โอกาสนักโทษได้เตรียมตัวหรืออำลาครอบครัวได้อย่างเพียงพอ นอกจากนี้ ยังมีรายงานการประหารชีวิตในเรือนจำอื่นๆ เช่น เรือนจำ Evin ในเตหะราน และเรือนจำในเมือง Kerman และ Mazandaran ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้โทษประหารชีวิตกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ
การที่จังหวัดซีสถานและบาลูจิสถานมีอัตราการประหารชีวิตที่สูงนี้ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนถึงนโยบายที่เลือกปฏิบัติของรัฐบาลอิหร่านต่อชนกลุ่มน้อย การขาดโอกาสทางเศรษฐกิจและเสรีภาพทางศาสนาในภูมิภาคนี้ทำให้ชาวบาลูจิจำนวนมากต้องเผชิญกับความยากลำบาก และเมื่อพวกเขากระทำความผิด รัฐบาลก็มักใช้โทษประหารชีวิตอย่างรุนแรงเพื่อส่งสัญญาณเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ การตรวจสอบขององค์กรสิทธิมนุษยชนชี้ให้เห็นว่าระบบยุติธรรมในจังหวัดเหล่านี้มักมีอคติและไม่เป็นธรรม ทำให้ความหวังในการได้รับความยุติธรรมสำหรับนักโทษชาวบาลูจิมีน้อยมาก
การประหารชีวิตในอิหร่านไม่ใช่แค่สถิติ แต่เป็นโศกนาฏกรรมของบุคคลและครอบครัวที่ถูกระบบยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรมพรากชีวิตไป
ความโปร่งใสและแหล่งข้อมูล
ความท้าทายหลักในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการประหารชีวิตในอิหร่านคือการขาดความโปร่งใสอย่างสิ้นเชิงจากรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะไม่เปิดเผยสถิติการประหารชีวิตต่อสาธารณะ และมักดำเนินการประหารชีวิต 'อย่างลับๆ' หรือโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าแก่นักโทษและครอบครัว ทำให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน เช่น Iran Human Rights (IHR), Amnesty International, Human Rights Watch, และ Hengaw Organization for Human Rights ต้องพึ่งพิงเครือข่ายภายในประเทศ การสื่อสารกับครอบครัวนักโทษ ทนายความ และนักเคลื่อนไหวภาคประชาสังคม เพื่อรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลแต่ละกรณี ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงสำหรับผู้ที่ให้ข้อมูล
องค์กร Boroumand Center เป็นอีกหนึ่งองค์กรสำคัญที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโทษประหารชีวิตในอิหร่านมาอย่างยาวนาน โดยมีฐานข้อมูลที่ครอบคลุมการประหารชีวิตนับพันกรณีตั้งแต่ปี 1979 ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของแนวโน้มและรูปแบบการใช้โทษประหารชีวิตในอิหร่านตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าแหล่งข้อมูลเหล่านี้จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำที่สุด แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ตัวเลขที่แท้จริงของการประหารชีวิตจะสูงกว่าที่รายงาน เนื่องจากมีหลายกรณีที่ไม่สามารถเข้าถึงหรือยืนยันได้ การทำงานขององค์กรเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเปิดโปงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอิหร่านและเป็นปากเสียงให้กับผู้ที่ถูกกระทำ
ความน่าเชื่อถือของข้อมูลเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบข้ามจากหลายแหล่ง และการยืนยันรายละเอียดของแต่ละกรณีอย่างถี่ถ้วน องค์กรเหล่านี้มักจะระบุสถานะของข้อมูลว่า 'ได้รับการยืนยัน' 'รายงาน' หรือ 'ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม' ซึ่งสะท้อนถึงความรอบคอบในการนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม การทำงานภายใต้การปราบปรามและข้อจำกัดที่เข้มงวด ทำให้การรวบรวมข้อมูลมีความท้าทายอย่างต่อเนื่อง และการเข้าถึงข้อมูลพื้นฐาน เช่น หมายเลขคดี หรือบันทึกการพิจารณาคดี ก็มักจะเป็นไปไม่ได้ ทำให้การปกป้องสิทธิของนักโทษเป็นเรื่องยากลำบากยิ่งขึ้น
ผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและเสียงเรียกร้องจากนานาชาติ
การใช้โทษประหารชีวิตอย่างกว้างขวางในอิหร่านส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสิทธิในการมีชีวิตและสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม นักโทษหลายรายถูกตัดสินประหารชีวิตโดยอิงจากการสารภาพที่ได้มาจากการทรมาน การขาดการเข้าถึงทนายความอย่างเพียงพอ และการพิจารณาคดีลับที่ไม่โปร่งใส ตามรายงานของ Amnesty International และ Human Rights Watch การใช้โทษประหารชีวิตกับผู้กระทำความผิดในวัยเยาว์ ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศที่อิหร่านเป็นภาคี ก็ยังคงเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แม้จะมีการประณามอย่างรุนแรงจากประชาคมโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่แยแสต่อบรรทัดฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน
ประชาคมระหว่างประเทศ องค์กรสหประชาชาติ และรัฐบาลหลายประเทศได้เรียกร้องให้อิหร่านยุติการใช้โทษประหารชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และการใช้โทษนี้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อปราบปรามผู้เห็นต่าง การประณามและการคว่ำบาตรบางส่วนที่มุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่และสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้รับการดำเนินการแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในการลดจำนวนการประหารชีวิตยังคงจำกัด ความต่อเนื่องของการประหารชีวิตในปี 2026 ชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันจากภายนอกยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลอิหร่านได้อย่างมีนัยสำคัญ
เสียงเรียกร้องจากนานาชาติยังคงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของอิหร่าน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งรวมถึงการยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดที่ไม่ร้ายแรงที่สุด การรับรองสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม และการเข้าถึงทนายความตั้งแต่เริ่มถูกจับกุม การทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรระหว่างประเทศและภาคประชาสังคมภายในประเทศถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลอิหร่าน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและยุติการใช้โทษประหารชีวิตอย่างไม่ยุติธรรมและไร้มนุษยธรรมนี้
แนวโน้มและการคาดการณ์ในอนาคต
แนวโน้มของการประหารชีวิตในอิหร่านในช่วงต้นปี 2026 ชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนนักโทษที่ถูกประหารชีวิตในช่วงสามเดือนแรกสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2025 อย่างมีนัยสำคัญ องค์กร Iran Human Rights (IHR) ได้เตือนว่าหากแนวโน้มนี้ยังคงอยู่ จำนวนการประหารชีวิตทั้งหมดในปี 2026 อาจสูงกว่า 834 รายที่บันทึกไว้ในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่มีการประหารชีวิตสูงสุดในรอบหลายปี การเพิ่มขึ้นนี้อาจเป็นผลมาจากหลายปัจจัย รวมถึงความพยายามของรัฐบาลในการปราบปรามการประท้วงและการเคลื่อนไหวต่อต้านภายในประเทศ ตลอดจนการใช้โทษประหารชีวิตเพื่อสร้างความหวาดกลัวและควบคุมสังคมในสถานการณ์ที่ความไม่พอใจของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น
ในอนาคตอันใกล้ มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลอิหร่านจะยังคงใช้โทษประหารชีวิตเป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญกับความท้าทายจากภายในประเทศและแรงกดดันจากภายนอก การขาดความโปร่งใสในระบบยุติธรรมของอิหร่านทำให้ยากที่จะคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม องค์กรสิทธิมนุษยชนยังคงมุ่งมั่นที่จะบันทึกและเปิดเผยข้อมูลการประหารชีวิต เพื่อสร้างความตระหนักรู้และระดมการสนับสนุนจากนานาชาติเพื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง
เพื่อที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน การเรียกร้องจากนานาชาติจะต้องมีความเข้มแข็งและประสานงานกันมากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่การกดดันอิหร่านให้ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ การให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและการรับรองสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมสำหรับทุกคน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการลดจำนวนการประหารชีวิตและยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอิหร่านในระยะยาว
Takeaways
- อิหร่านยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ประหารชีวิตประชากรมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะในปี 2026 นี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- โทษประหารชีวิตมักถูกใช้กับข้อหายาเสพติดและการเมือง โดยมีกลุ่มชาติพันธุ์และชนกลุ่มน้อยตกเป็นเป้าหมายเป็นพิเศษ
- การขาดความโปร่งใสทำให้องค์กรสิทธิมนุษยชนต้องพึ่งพิงเครือข่ายภาคประชาสังคมภายในประเทศในการรวบรวมข้อมูล
- ชุมชนระหว่างประเทศยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านยุติการใช้โทษประหารชีวิตและปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน
Frequently asked questions
อิหร่านประหารชีวิตผู้คนไปแล้วกี่คนในปี 2026?
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 องค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (Iran Human Rights – IHR) ได้บันทึกการประหารชีวิตในอิหร่านไปแล้วอย่างน้อย 128 ครั้ง โดยจำนวนนี้เน้นย้ำถึงแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงในการใช้โทษประหารชีวิตอย่างต่อเนื่องในประเทศ (Iran Human Rights, 2026)
ข้อหาใดที่นำไปสู่การประหารชีวิตมากที่สุดในปี 2026?
ในปี 2026 ข้อหาที่นำไปสู่การประหารชีวิตมากที่สุดคือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยคิดเป็น 74 กรณีจากทั้งหมด 128 กรณีที่บันทึกไว้ นอกจากนี้ยังมีข้อหา 'โมฮาเรเบห์' (ทำสงครามกับพระเจ้า) และการฆาตกรรม ซึ่งเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษสูงสุด (Amnesty International, 2026)
จังหวัดใดในอิหร่านที่มีอัตราการประหารชีวิตสูงสุดในปี 2026?
จังหวัดซีสถานและบาลูจิสถานมีอัตราการประหารชีวิตสูงสุดในปี 2026 โดยมีการบันทึกไว้ 28 ราย ซึ่งเน้นย้ำถึงสถานการณ์ที่รุนแรงของชนกลุ่มน้อยในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลเมืองชาวบาลูจิที่มักตกเป็นเป้าหมาย (Hengaw Organization for Human Rights, 2026)
เรือนจำใดบ้างที่มักมีการประหารชีวิตในปี 2026?
ในปี 2026 เรือนจำที่มีรายงานการประหารชีวิตจำนวนมาก ได้แก่ เรือนจำ Ghezel Hesar ในคาราจ และเรือนจำ Zahedan ซึ่งมักเป็นสถานที่ที่นักโทษจำนวนมากถูกประหารชีวิต โดยเฉพาะนักโทษที่ถูกตัดสินด้วยข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด (Iran Human Rights, 2026)
อิหร่านเปิดเผยข้อมูลการประหารชีวิตต่อสาธารณะหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว รัฐบาลอิหร่านไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการประหารชีวิตอย่างโปร่งใสหรือครบถ้วนต่อสาธารณะ ทำให้องค์กรสิทธิมนุษยชนต้องพึ่งพิงการรวบรวมข้อมูลจากรายงานของครอบครัวนักโทษ ทนายความ และเครือข่ายภายในประเทศ ซึ่งทำให้ตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่รายงาน (Boroumand Center, 2026)
Entities: Iran Human Rights (IHR) · Amnesty International · Human Rights Watch · Hengaw Organization for Human Rights · Boroumand Center · ซีสถานและบาลูจิสถาน · Tehran · Ghezel Hesar Prison · Zahedan Prison · Karaj · Evin Prison · โมฮาเรเบห์ · Mohammad Javad Vafaei Sani · Mazandaran · Alborz · Kerman · Kurdish Human Rights Network


